ประวัติและวัตถุมงคลหลวงพ่อห้อย วัดหอมเกร็ด (พระครูไพศาลธรรมวาที) เจ้าของเหรียญหายากของนครปฐม
![]() |
หลวงพ่อห้อย วัดหอมเกร็ด นครปฐม |
หลวงพ่อห้อย วัดหอมเกร็ด หรือ พระครูไพศาลธรรมวาที อดีตเจ้าอาวาสวัดหอมเกร็ด ตำบลหอมเกร็ด อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ท่านเป็นพระเกจิของเหรียญและพระปิดตาชื่อดังของนครปฐม
หลวงพ่อห้อย พื้นเพท่านเป็นชาวบ้านหอม ตำบลหอมเกร็ด อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม เกิดเมื่อวันที่ ๒๗ กันยายน พ.ศ. ๒๔๑๕ โยมบิดาชื่อนายมั่ง โยมมารดาชื่อนางเมือง
เมื่อวัยเด็กโยมบิดาและโยมมารดาได้นำท่านไปฝากเรียนเขียนอ่านภาษาบาลีขอมกับเจ้าอธิการรุ่ง วัดหอมเกร็ด ต่อมาได้บรรพชาเป็นสามเณรโดยมี เจ้าอธิการรุ่ง วัดหอมเกร็ด เป็นพระอุปัชฌาย์
ปี พ.ศ. ๒๔๓๕ หลวงพ่อห้อยมีอายุได้ ๒๐ ปีบริบูรณ์ จึงรับการอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ พัทธสีมาวัดหอมเกร็ด ตำบลหอมเกร็ด อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ได้รับฉายาว่า "ปุญญัสสะ" โดยมี
พระครูปุริมานุรักษ์ วัดสุขประดิษฐาราม เป็นพระอุปัชฌาย์
หลวงพ่อรุ่ง วัดหอมเกร็ด เป็นพระกรรมวาจาจารย์
หลวงพ่อแจ่ม วัดทรงคนอง เป็นพระอนุสาวนาจารย์
หลังจากอุปสมบทแล้ว ท่านได้อยู่จำพรรษาที่วัดหอมเกร็ดเรื่อยมา เพื่อศึกษาพระธรรมวินัยและวิชาอาคมต่างๆ จากพระอาจารย์ทั้งสามองค์นี้ จนสำเร็จวิชาต่างๆมากมาย
นอกจากนี้หลวงพ่อห้อยท่านยังได้เรียนกับสมเด็จพระสังฆราชแพ วัดสุทัศน์ ในตอนที่สมเด็จพระสังฆราชฯ ยังดำรงสมณศักดิ์ที่พระธรรมโกษาจารย์อีกด้วย
ปี พ.ศ. ๒๔๓๘ หลวงพ่อรุ่งเจ้าอาวาสวัดหอมเกร็ดก็มรณภาพลง คณะศิษย์และมัคนายกวัดได้นิมนต์หลวงพ่อห้อยรักษาการเจ้าอาวาสวัดหอมเกร็ด
ปี พ.ศ. ๒๔๔๐ หลังจากที่หลวงพ่อห้อยรักษาการเจ้าอาวาสได้ ๒ ปี มีพรรษาครบ ๕ ปี ท่านจึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสปกครองวัดทดแทนตำแหน่งที่ว่างลง
วัดหอมเกร็ด เป็นวัดราษฏร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่เลขที่ ๗๐ หมู่ที่ ๔ บ้านหัวไทร ตำบลหอมเกร็ด อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๑๖ ไร่ ๑ งาน
วัดหอมเกร็ด ตั้งเมื่อวันที่ ๕ มกราคม พ.ศ. ๒๔๒๕ โดยไม่ทราบชื่อผู้บริจาคที่ดิน ทราบแต่ว่ามีพระธุดงค์รูปหนึ่งเดินทางมาจากมณฑลราชบุรี มีนามว่า หลวงพ่อรุ่ง มาปักกลดอยู่ในบริเวณหมู่ที่ ๓ ตำบลหอมเกร็ดปัจจุบัน
ชาวบ้านต่างเลื่อมใสจึงได้สร้างวัดและนิมนต์ท่านเป็นเจ้าอาวาส เรียกว่า "วัดไร่" หรือ "วัดบ้านไร่" ต่อมาวัดเกิดความแห้งแล้งและกันดาร ประชาชนจึงได้นิมนต์หลวงพ่อรุ่งมาจำพรรษาอยู่ในที่แห่งใหม่อันเป็นที่ตั้งของวัดหอมเกร็ดในปัจจุบัน
ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ ๒๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๑๔ เขตวิสุงคามสีมา กว้าง ๒๕ เมตร ยาว ๔๐ เมตร มีรายนามเจ้าอาวาสปกครองวัดเท่าที่ทราบนาม คือ
๑. พระอธิการรรุ่ง
๒. พระครูไพศาลธรรมวาที (ห้อย ปุญญัสสะ) พ.ศ. ๒๔๔๐ - ๒๔๘๗
๓. พระอธิการหนู อนาลโย พ.ศ. ๒๔๘๗ - ๒๔๙๓
๔. พระอธิการเจริญ พ.ศ. ๒๔๙๖ - ๒๔๙๗
๕. พระครูสิริพรหมจริยคุณ (สนิท พรหฺมสิริ) พ.ศ. ๒๕๐๔ - ๒๕๓๑
๖. พระครูจารุวัฒนคุณ (เพ้ง จารุวณฺโณ) พ.ศ. ๒๕๓๒ - ปัจจุบัน
หลังจากที่หลวงพ่อห้อยได้ขึ้นเป็นเจ้าอาวาส ท่านได้พัฒนาวัดอย่างสุดความสามารถ ทั้งการสร้างเสนาสนะและถาวรวัตถุต่างๆ จนวัดเจริญรุ่งเรืองขึ้นตามลำดับ
ปี พ.ศ. ๒๔๔๐ ท่านได้เปิดโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกธรรม
วัดหอมเกร็ดนั้นแต่เดิมชื่อว่า "วัดหอมกรุ่น" ต่อมาหลวงพ่อห้อยท่านได้พิจารณาเห็นว่าวัดหอมกรุ่น นั้นไม่เหมาะสมสอดคล้องสภาพพื้นที่ของวัด จึงเปลี่ยนชื่อใหม่ว่า "วัดหอมเกร็ด"
หลังจากที่ได้ย้ายมาอยู่ริมแม่น้ำแล้ว หลวงพ่อห้อยท่านก็ได้เริ่มสร้างพัฒนาวัดให้เจริญรุ่งเรืองอย่างมาก ท่านได้สร้างพระอุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ หอระฆัง และเจดีย์มอญ
ปี พ.ศ. ๒๔๖๒ ท่านสนใจในเรื่องการศึกษาของเด็กชาวบ้านในแถบนั้น จึงได้ให้เปิดศาลาการเปรียญเพื่อทำการสอนหนังสือให้แก่เด็กๆ โดยมีนายเทพ นาคนาเกร็ด เป็นครูใหญ่คนแรก โรงเรียนวัดหอมเกร็ด(ไพศาลประชานุกูล) ได้ตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๖๒
ปี พ.ศ. ๒๔๖๓ ด้วยคุณงามความดีของหลวงพ่อที่พัฒนาวัดและชุมชนจนเจริญรุ่งเรือง ท่านจึงได้รับสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร ที่ พระครูไพศาลธรรมวาที ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะแขวงสามพราน
ปี พ.ศ. ๒๔๖๔ ท่านได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระอุปัชฌาย์ เมื่อวันแรม ๕ ต่ำ
ปี พ.ศ. ๒๔๖๕ ท่านได้สร้างพระประธานประจําอุโบสถ ปางมารวิชัยเกตุเปลวเพลิง ขนาดหน้าตักกว้าง ๑.๕๐ เมตร และท่านได้สร้างอาคารเรียนขึ้นสำหรับบุตร-ธิดา ของชาวบ้านในพื้นที่เมื่อวันที่ ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๔๖๕ ตั้งชื่อโรงเรียนว่า "ห้อยศึกษาลัย"
ปี พ.ศ. ๒๔๘๑ ท่านก็ได้ขยายโรงเรียนขึ้นโดยการร่วมมือกับชาวบ้านและทางการจนเป็นโรงเรียนมาตรฐานชื่อว่า "โรงเรียนไพศาลประชานุกูล"
หลวงพ่อห้อย ท่านเป็นพระผู้ก่อสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับประชาชนชาวตำบลหอมเกร็ดเป็นอย่างมาก ประชาชนให้ความเคารพนับถือและมากราบไหว้รูปเหมือนของท่านอยู่ทุกวันนี้
ท่านได้สร้างพระเครื่องขึ้นและที่นิยมมากได้แก่ พระปิดตามหาอุตม์ เหรียญปั๊ม และเหรียญหล่อต่างๆ ซึ่งล้วนมีประสบการณ์ทั้งสิ้น
หลวงพ่อห้อย ปกครองวัดเรื่อยมาจนถึงแก่มรณภาพลงเมื่อเดือน ๑๑ ปี พ.ศ. ๒๔๘๖ นับรวมสิริอายุได้ ๗๑ ปี ๕๑ พรรษา.
วัตถุมงคลของหลวงพ่อห้อย วัดหอมเกร็ด
เหรียญหลวงพ่อห้อย วัดหอมเกร็ด รุ่นแรก
สร้างขึ้นในปี พ.ศ.๒๔๖๕ เพื่อแจกในคราวฉลองสมณศักดิ์ของหลวงพ่อ ลักษณะเป็นเหรียญปั๊มข้างกระบอกรูปไข่มีห่วงเชื่อม มีการสร้างด้วยเนื้อทองแดงเพียงชนิดเดียวเท่านั้น จำนวนการสร้างไม่ได้มีการจดบันทึกไว้
![]() |
เหรียญหลวงพ่อห้อย วัดหอมเกร็ด นครปฐม รุ่นแรก ปี พ.ศ. ๒๔๖๕ เนื้อทองแดง |
ด้านหน้า จำลองเป็นรูปหลวงพ่อห้อยครึ่งองค์ห่มจีวรคลุมไหล่พาดผ้าสังฆาฏิ ที่ขอบเหรียญมีอักขระภาษาไทยเขียนว่า "ที่ระฤกงานฉลองตรา พระครูไพศาลธรรมวาที วัดหอมเกร็ด"
ด้านหลัง มีอักขระยันต์ ใต้อักขระยันต์มีเลขไทยเขียนว่า "๒๔๖๕"
เหรียญหลวงพ่อห้อย วัดหอมเกร็ด รุ่น ๒
สร้างขึ้นในปี พ.ศ.๒๔๙๓ โดยพระอธิการเจริญ เจ้าอาวาสในสมัยนั้น เพื่อแจกในคราวหล่อรูปหลวงพ่อหอม ลักษณะเป็นเหรียญปั๊มตัดขอบรูปไข่แบบมีหูในตัว เหรียญได้หลวงพ่อรุ่ง วัดท่ากระบือ มาปลุกเสกให้ มีการสร้างด้วยเนื้อดีบุกเพียงชนิดเดียวเท่านั้น จำนวนการสร้างไม่ได้มีการจดบันทึกไว้
![]() |
เหรียญหลวงพ่อห้อย วัดหอมเกร็ด นครปฐม รุ่น ๒ ปี พ.ศ. ๒๔๙๓ เนื้อดีบุก |
ด้านหน้า จำลองเป็นรูปหลวงพ่อห้อยครึ่งองค์ห่มจีวรคลุมไหล่พาดผ้าสังฆาฏิ ที่ขอบเหรียญมีอักขระภาษาไทยเขียนว่า "ที่ระลึกในงานหล่อรูปพระครูไพศาลธรรมวาที วัดหอมเกร็ด"
ด้านหลัง มีอักขระยันต์ ใต้อักขระยันต์มีเลขไทยเขียนว่า "๒๔๙๓"
พระปิดตาหลวงพ่อห้อย วัดหอมเกร็ด รุ่นแรก
สร้างขึ้นในปี พ.ศ.๒๔๖๕ - ๒๔๘๓ เพื่อแจกให้กับผู้ที่บริจาคทรัพย์ให้กับทางวัด ลักษณะเป็นพระปิดตาหล่อโบราณ มีการสร้างด้วยเนื้อทองเหลืองเพียงชนิดเดียวเท่านั้น จำนวนการสร้างไม่ได้มีการจดบันทึกไว้
![]() |
พระปิดตาหลวงพ่อห้อย วัดหอมเกร็ด นครปฐม รุ่นแรก เนื้อทองเหลือง ของคุณอุทัย เรืองสุรัตน์ |
![]() |
พระปิดตาหลวงพ่อห้อย วัดหอมเกร็ด นครปฐม รุ่นแรก เนื้อทองเหลือง ของคุณอุทัย เรืองสุรัตน์ |
ด้านหน้า จำลองเป็นรูปพระปิดตาภควัมบดี
ด้านหลัง มีอักขระยันต์ขอมอ่านได้ว่า "อุ"
โดย : สารานุกรมพระเกจิแห่งแดนสยาม
บทความที่เกี่ยวข้อง
- ประวัติและวัตถุมงคลหลวงพ่อนาค วัดห้วยจระเข้ นครปฐม เจ้าของพระเบญจภาคีพระปิดตาเนื้อเมฆพัดของไทย
- ประวัติและวัตถุมงคลหลวงพ่อทา วัดพะเนียงแตก พระเกจิชื่อดังหนึ่งในพระเบญจภาคีเหรียญหล่อเมืองไทย
ไม่มีความคิดเห็น